การติดตั้ง appserv

ดาวน์โหลด appserv เวอร์ชั่น 2.5.9
ตัวนี้เป็นเวอร์ชั่น 2.5.9 นะครับ ถ้าต้องการเวอร์ชั่นอื่น หาได้จาก google เลยนะครับ

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จ

ให้เพื่อนทำตามวิีธีติดตั้งต่อไปนี้ครับ
1. ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ appserv-win32-2.5.9 ที่เราได้ดาวน์โหลดมา จะปรากฏดังรูปข้างล่าง
คลิกที่ Next





2. คลิกที่ I Agree





3. คลิกที่ Next





4. ให้มีเครื่องหมายถูกทั้งหมดเหมือนรูป แล้วคลิกที่ Next






5. ใส่ค่า Server Name (ใส่อะไรก็ได้ จะใส่เหมือนผมก็ได้) และใส่ e-mail อะไรก็ได้เช่นกัน
แล้วคลิกที่ Next






6. ตั้งค่ารหัสผ่าน ให้เพื่อนๆ ใส่ค่ารหัสผ่านอะไรก็ได้ครับ แต่ต้องจำให้ได้นะครับ
เพราะต้องได้ใช้อีก แล้วคลิกที่ Install





7. แีค่นี้ก็เสร็จแล้วครับ แล้วก็คลิกที่ finish






8. ทดสอบการใช้งาน ให้เราไปที่ http://localhost/
ซึ่งถ้าถูกต้องจะปรากฏหน้าเหมือนดังรูปข้างล่างนะครับ




9. ต่อไปทดสอบการใช้งาน phpmyadmin ไปที่ http://localhost/phpmyadmin
ระบบจะให้เรากรอก username กับ password ให้เรากรอกดังนี้ครับ
username คือ root
password คือ ******* (รหัสที่เราใส่ตอนติดตั้ง จำได้ไหมครับ)





10. ถ้าเรากรอกรหัสถูก จะปรากฏรูปดังข้างล่าง
แค่นี้เราก็สามารถสร้างฐานข้อมูลในเครื่องของเราไ้ด้แล้วครับ
ถ้าอยากลองสร้าง ก็ไปที่ ช่อง create new database




*** ขอให้เพื่อนสนุกกับการเล่นคอมพิวเตอร์นะครับ******

สร้าง blog ด้วย Ruby on Rails


The First Rails 2.0 Screencast from akitaonrails on Vimeo






อ้างอิงจาก http://www.akitaonrails.com/2007/12/10/the-first-rails-2-0-screencast-english

ติดตั้ง Tool สำหรับ Mysql บน Ubuntu

1. ติดตั้งเว็บเซอร์ฟเวอร์ Apache2 ใช้คำสั่ง $sudo apt-get install apache2

2. ติดตั้ง PHP ใช้คำสั่ง $sudo apt-get install php5

3. ติดตึ้ง php5-mysqli ใช้คำสั่ง $sudo apt-get install php5-mysqli

4. ติดตั้ง Mysql ใช้คำสั่ง $sudo apt-get install mysql-server

5. ติดตั้ง phpmyadmin
ดาวน์โหลด PhpMyAdmin จาก

* ftp://nis.crma.ac.th/pub/public/phpmyadmin_2.6.1-rc1-1_all.deb
* http://archive.ubuntu.org.cn/ubuntu/pool/universe/p/phpmyadmin/phpmyadmin_2.6.1-rc1-1_all.deb

และใช้คำสั่ง $sudo dpkg -i /home/prachya/Desktop/phpmyadmin_2.6.1-rc1-1_all.deb

*** หมายเหตุ ถ้าติดตั้งได้ครบทั้ง 5 ข้อข้างบนแล้ว ไม่สามารถเข้าไปที่ http://localhost/phpmyadmin ได้

ให้ไปอ่านวิธีแก้ไขที่ http://en42chart.blogspot.com/2008/04/phpmyadmin.html

แปลงไฟล์ .chm ให้เป็น HTML หรือ PDF บน Ubuntu

การแปลงไฟล์ CHM เป็น PDF มีหลายวิธี ผมจะขอเสนอโปรแกรม้ chmlib และ Htmldoc ซึ่ง chmlib จะ
แตกเอกสาร CHM เป็นไฟล์ HTML (และรูป) ส่วน HtmlDoc จะเปลี่ยนไฟล์
HTML เป็นเอกสาร PDF

ขั้นตอนการทำสำหรับ Gentoo ก็คือ
1. ลง chmlib และ htmldoc
emerge chmlib htmldoc

2. ใช้ chmlib แปลงไฟล์CHM เป็น HTML
chmextract ชื่อไฟล์.chm ไดเร็กทอรี่ปลายทาง
มันก็จะแตกไฟล์ CHM ไปยังไดเร็กทอรี่ที่เราระบุ ในไดเร็กทอรี่นั้นจะมีทั้งไฟล์
HTML และรูปอยู่หลายไฟล์ขึ้นอยู่กับไฟล์ CHM มีจำนวนหน้าอกสารมากน้อย
แค่ไหน

3. เรียกโปรแกรม htmldoc อาจเรียกผ่านทาง Terminal/Shell ก็ได้
htmldoc

การใช้งานให้เรา Add ไฟล์ HTML เข้าไปโดยต้องระวังเรื่องลำดับเอกสาร HTML
ที่เรา Add เข้าไปไม่งั้นเวลาแปลงออกมาแล้วลำดับหน้าเอกสารอาจผิดได้
ตรง Document Type ให้เลือกเป็น Web Page นะครับ จากนั้นคลิ๊กที่
Tab Output เลือกชื่อไฟล์ที่จะเซฟ และเลือก Format ซึ่งก็ให้เลือกเป็น PDF
เมื่อเราเลือก Format เป็น PDF แล้วเราจะสามารถคลิ๊กไปที่ Tab PDF ได้
ซึ่งเราสามารถเลือกว่าจะแปลงเป็นเอกสาร PDF version ไหน เมื่อเรา
เซ็ตทุกอย่างเรียบร้อยก็กดปุ่ม Generate ได้เลยก็จะได้เอกสาร PDF ออกมา

ติดตั้ง Drupal บน Ubuntu

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนติดตั้ง Drupal บน Ubuntu OS นะครับ ผมพยายามแสดงให้ละเอียด เพื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนคนที่เริ่มใหม่ จริงๆ สำหรับคนที่ชำนาญ Ubuntu แล้ว อ่านแล้วคงน่าเบื่อหน่อยนะครับ

เริ่มกันเลยนะครับ
1. ไปดาวน์โหลดไฟล์ Drupal จาก http://www.drupal.org มีให้เลือกหลายเวอร์ชั่นนะครับ ในที่นี้ผมขอเลือกเวอร์ชั่น
Drupal5.7 นะครับ ซึ่งแสดงได้ดังรูปข้างล่าง




2. เข้าไปที่ไดเรกทอรี่ที่เก็บไฟล์ที่ดาวน์โหลดมา ซึ่งในเครื่องของผมคือ /Desktop/downloads
จากนั้นก็คลิกที่ขวาที่ไฟล์ drupal-5.7.tar.gz แล้วเลือกที่ Extrac here และในที่นี้ผมจะขอเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ที่แตกออกมา
จาก drupal-5.7 เป็น drupal5 นะครับ เพื่อง่ายต่อการพิมพ์ใช้งานในขั้นตอนต่อไป

3. เปิด terminal แล้วเข้าไปที่ไดเรกทอรี่ที่เก็บไฟล์ $cd /Desktop/downloads
จากนั้นก็ทำงานก็อปปี้โฟลเดอร์ที่แตกไฟล์แล้ว ไปเก็บที่ /var/www ด้วยคำสั่ง
/Desktp/downloads$ sudo cp drupal5 -r /var/www แสดงได้ดังรูปข้างล่าง





4. สร้างฐานข้อมูลให้กับ drupal โดยเข้าไปที่ http://localhost/phpmyadmin
สร้างฐานข้อมูลชื่ออะไรก็ได้มาหนึ่งอัน ในที่นี้เราจะสร้างฐานข้อมูลที่ drupal5 ดังรูปข้างล่าง



6. เริ่มสร้างเว็บไซด์ เข้าไปที่ http://localhost/drupal5/install.php
ใน Ubuntu OS จะไม่เหมือนใน Windows OS ซึ่งถ้าเป็นวินโดนส์เมื่อถึงขั้นตอนในข้อนี้ จะสามารถติดตั้งได้เลย แต่ใน ubuntu
เว็บบราว์เซอร์จะแสดงดังรูปข้างล่าง
** วิธีแก้ไขสิทธิ์คือ ให้เราเข้าไปที่ /var/www และกำหนดสิทธ์ drupal5 ด้วยคำสั่งต่อไปนี้
$cd /var/www
var/www$ sudo chmod 777 drupal5

และเข้าไปกำหนดสิทธิ์ ไฟล์ settings.php ด้วยคำสั่งต่อไปนี้
var/www$ cd drupal5/sites/default
var/www/drupal5/sites/default$ sudo chmod 777 settings.php




7. ลองเข้าที่ไป http://localhost/drupal5/installs.php อีกครั้ง จะเห็นว่าเว็บบราว์เซอร์จะปรากฏหน้าต่างให้เรากรอก
ข้อมูลในการติดต่อกับฐานข้อมูล (แสดงว่าเราแก้สิทธิ์ได้แล้ว)
ในหน้านี้จะมี 3 ช่องให้เราใส่ข้อมูล
ช่องแรก.... เป็นช่อง "ชื่อฐานข้อมูล" ที่เราสร้างในขั้นตอนที่ 4 (ผมสร้างไว้เป็น drupal5 ก็ใส่ drupal5)
ช่องสอง... เป็นช่อง"username" ของฐานข้อมูล ในเครื่องผมจะเป็น "root" ก็ใส่ "root" เข้าไป
ช่องสาม... เป็นช่อง "password" ของฐานข้อมูล ในเครื่องผมไม่ได้ตั้ง password ก็ไม่ต้องใส่

ดังรูปข้างล่างนี้



จากนั้นก็เลือกที่ Save configuration

8.เมื่อเรากด Save configuration แล้ว เว็บบราว์เซอร์จะแสดงดังรูปข้างล่าง จากนั้นเราให้เลือกที่ your new site


9. เท่านี้ เราก็สามารถสร้างเว็บไซด์ด้วย Drupal CMS บน Ubuntu ได้แล้วครับ

*** หมายเหตุ ถ้าเราเข้าไปดู http://localhost/phpmyadmin สงสัยฐานข้อมูล drupal5 จะเปลี่ยนไปจากแต่แรกแล้วนะ

ทำลิงค์ให้กับ phpmyadmin

หลังจากที่เราติดตั้งphpmyadmin เสร็จแล้วให้เราใช้คำสั่งต่อไปนี้

sudo ln -s /usr/share/phpmyadmin /var/www/phpmyadmin

เพื่อให้เราสามารถเข้าใช้ http://localhost/phpmyadmin ได้

Install Drupal on windows


Drupal เป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการเนื้อหาเว็บ (content management system - CMS) ซึ่งได้รับรางวัลมากมาย

สำหรับมือใหม่ จะยังงงๆ ว่าคืออะไร เอาง่ายๆเลย มันก็เหมือน mambo นั่นล่ะครับ หรือถ้าใครไม่รู้ว่า mambo คืออะไร ......... เรามาลงมือลองทำ Drupal กันเลยดีกว่า รู้ทฤษฏีบ้างครั้งมันก็เท่านั้นล่ะครับ สู้ลงมือทำไปเลยดีกว่า
ว่าแล้วก็...ไปกันเลย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สิ่งที่ต้องเตรียมให้กับ Drupal คือฐานข้อมูลใช่ไหมครับ ซึ่ง Drupal สามารถติดต่ดกับฐานข้อมูลได้เยอะมาก แต่ในที่นี้ผมจะใช้ mysql ซึงเราถ้าติดตั้ง appserv เราก็สามารถใช้ mysql ได้เลยครับ
แถว appserv ยังมี apache และ phpmyadmin ให้เราใช้พร้อมเลย..ดีสุดๆๆ

ดูการติดตั้ง appserv


ต่อไปเป็นวิธีติดตั้ง drupal
1. ดาวน์โหลด drupal
ผมแนะนำให้ใช้ตัวเวอร์ชั่น drupal5.7 ก่อนนะครับ


2.เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแ้ล้ว ให้เราแตกไฟล์ออก แล้วจะได้โฟลเดอร์ชื่อ drupal-5.7 มา
เราสามารถเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ครับ ในที่นี้ผมจะเปลี่ยน drupal5 นะครับ ดังรูปข้างล่าง



3. copy โฟลเดอร์ drupal5 จากข้อที่แล้วไปไว้ที่ C:\AppServ\www ดังรูปข้างล่าง



่ 4.สร้างฐานข้อมูล ไปที่ http://localhost/phpmyadmin
ในที่นี้ผมจะสร้างฐานข้อมูลชื่อ drupal5 นะครับ ดังรูปข้างล่าง


5. ไปที่ http://localhost/drupal5 เพื่อ config ให้เว็บไซด์ของเราติดต่อกับฐานข้อมูล
ซึ่งจะปรากฏหน้าต่างเว็บ ให้เรากรอกค่า 3 ช่อง ดังนี้
1.databasename คือ drupal5
2.databaseuser คือ root
3.databasepassword คือ ******* (ค่าเดียวกันกับที่เข้า http://localhost/phpmyadmin)
ดังรูปข้างล่าง


6. แล้วจะปรากฏหน้าต่าง ดังรูปข้างล่าง จากนั้นให้เราคลิกที่ Your ner website



7. แล้วจะได้รูปข้างล่างมา ให้เราเลือกที่ create the first account



8.แล้วจะได้รูปข้างล่าง ซึ่งจะให้เรากำหนด username และ e-mail address
ซึ่ง username นี้ ระบบจะถือว่า เป็น username ของ admintrator ที่ใช้ login เพื่อเข้ามาดูแลระบบ



9.แล้วจะได้รูปข้างล่าง ระบบจะให้เราตั้้งค่ารหัสผ่าน



10.แค่นี้ก็เสร็จแล้วครับ ให้เรากลับไปที่ http://localhost/drupal5 อีกครั้ง จะปรากฏรูปข้างล่าง
ซึ่งไม่เหมือนตอนเข้ามาในตอนแรกแล้ว เพราะเราได้ config ให้เว็บของเราเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว




*** แค่นี้เราก็สามารถสร้างเว็บไซด์ด้วย drupal CMS ได้แล้วครับ ****

เพื่อนๆ ลองๆ คลิกเมนู อะไรก็ได้นะครับ คลิกเ่่ล่นไปเรื่อยๆ เด๋วจะเห็นการเปลี่ยนเองครับ
ต้องลองเล่นดูครับ ...... ขอให้สนุกับ drupal นะครับ


******* โชคดีนะครับ *****************

ขอบคุณนะครับ ที่แวะมาเยี่ยมกัน

ติดต่อผมได้ที่ en42chart@gmail.com หรือออนเอ็มคุยกันที่ en42chart@hotmail.com